ครอบคลุม Disruptive Technology ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หน้าแรก > คลังเก็บ > บล็อก > การเพิ่มขึ้นของนวัตกรรมและวิวัฒนาการที่นำมาโดยนักพัฒนาในปี 2021
image
การเพิ่มขึ้นของนวัตกรรมและวิวัฒนาการที่นำมาโดยนักพัฒนาในปี 2021
image
กุมภาพันธ์ 8, 2021 บล็อก

 

เขียนโดย: Mark Weaser รองประธาน APAC OutSystems

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ขัดขวางการเติบโต, ความยืดหยุ่นของธุรกิจและความสามารถในการขยายขนาดขององค์กรหลายล้านรายทั่วโลก และความสามารถในการขยายขนาดจาก โดยบริษัทต่าง ๆ ต้องดิ้นรนเพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจไปจนถึงอุตสาหกรรมทั้งหมดที่ต้องคิดใหม่ว่าพวกเขาจะอยู่รอดได้อย่างไรในภาวะปกติใหม่นี้ เราต้องเรียนรู้วิธีที่ยากขึ้นเนื่องจากความไม่ความยืดหยุ่นและการที่ไม่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะทำให้องค์กรนั้นปิดตัวลงได้

เมื่อเรามองย้อนกลับไปในปีที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้และความยากลำบากที่ต้องเผชิญ เรายังได้เห็นความมหัศจรรย์ที่เราสามารถทำได้เมื่อเผชิญกับความทุกข์ยาก สิ่งนี้โดดเด่นเป็นพิเศษในพื้นที่เทคโนโลยีซึ่งนักพัฒนาพิสูจน์ให้เห็นถึงฮีโร่ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในการก้าวขึ้นมาเพื่อสร้างโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่และนำทางโลกดิจิทัลควบคู่ไปกับผู้นำธุรกิจ

การแพร่ระบาดในครั้งนี้จะไม่คงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะเมื่อการต่อสู้อย่างเต็มกำลังในปี 2021ซึ่งบริษัทต่าง ๆ จะต้องมั่นใจว่าพวกเขามีความพร้อมที่จะครองเวทีแห่งดิจิทัล

นักนวัตกรรมที่มีประสบการณ์หลายคนจะทราบดีว่า เพื่อที่จะได้นำหน้าเมื่อเกมเปลี่ยนไป คุณต้องเขียนกฎใหม่ทั้งหมด ตอนนี้ “เรื่องปกติเก่า” กลายเป็นประวัติศาสตร์ จากเครื่องมือที่เราใช้ไปจนถึงวิธีคิดตอนนี้ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่จะต้องหยุดมองหา , ทบทวนอดีตและเริ่มเผชิญหน้ากับอนาคตโดยเริ่มจากการวิเคราะห์แนวโน้มปี 2021 ไปจนถึงการพิสูจน์องค์กรของคุณในอนาคต

การคาดการณ์ของอุตสาหกรรมปี 2021

  1. จะมีแพลตฟอร์มประเภทใหม่เกิดขึ้น เพราะบริษัทต่าง ๆ เผชิญขีดจำกัดของแพลตฟอร์ม No-code และ Low-code ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ใช้งานเครื่องมือแบบ No-code และ Low-code เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาแอปท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนในช่วงปี 2020 แต่อีกไม่นาน บริษัทเหล่านี้ก็จะตระหนักถึงข้อจำกัดของแพลตฟอร์มดังกล่าว และจะเริ่มมองหาแพลตฟอร์มที่ก้าวล้ำมากกว่า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ทีมงานฝ่ายพัฒนาสำหรับการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งแพลตฟอร์ม No-code และ Low-code รองรับการสร้างแอพพลิเคชั่นทั่วไปที่มีความสามารถในการทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อองค์กรต้องการสร้างแอพที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจหรือแอพใหม่ที่อยู่นอกขอบเขตของเครื่องมือดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วแพลตฟอร์มนี้ก็จะไปถึงทางตันและกลายเป็นเครื่องมือที่ล้าสมัย หลาย ๆ บริษัทจะเริ่มทิ้งแพลตฟอร์มระดับเบื้องต้นดังกล่าวซึ่งถูกใช้ในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า แล้วหันไปใช้ Modern Application Platforms ที่มีความสามารถสูงกว่ามาก เพราะสามารถรองรับการสร้างแอพพลิเคชั่นทุกประเภท โดยนอกจากจะสร้างได้เร็วแล้ว ยังสามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ปลอดภัย และช่วยสร้างความแตกต่างและข้อได้เปรียบที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในอนาคต

  1. แนวคิดของนักพัฒนาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยจะมุ่งเน้นสิ่งที่จะสร้าง มากกว่าวิธีการสร้าง

โดยทั่วไปแล้ว นักพัฒนามักจะทุ่มเทความสนใจให้กับวิธีการสร้างซอฟต์แวร์ และความถนัดกับภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมและ ‘สแต็ก’ (Stack) แต่ความคุ้นเคยที่ว่านี้จะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไป เพราะปัญหาที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ในการแก้ไขจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งจะมีโครงการพัฒนามากมายที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายธุรกิจและฝ่ายไอที ดังนั้นนักพัฒนาจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อมุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชั่นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงาน (mission-critical solutions)โดยไม่คำนึงถึงวิธีที่ใช้ในการสร้างโซลูชั่นนั้น ๆ นักพัฒนาจะเปิดกว้างมากขึ้นและยอมรับแนวทางใหม่ ๆ เช่น การปรับใช้ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดข้อผิดพลาด และลดการพึ่งพาฝ่ายเทคนิค นักพัฒนาจะละทิ้งแนวคิดแบบเก่า และยอมรับทางเลือกใหม่ ๆ เพราะตระหนักว่าผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด

  1. AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับนักพัฒนาทุกกลุ่ม

บทบาทของ AI ต่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในอนาคตเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างมาก โดยมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับศักยภาพของ AI แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ AI สามารถสร้างสรรค์โอกาสและความเป็นไปได้มากมายเกินกว่าขีดจำกัด และในปีนี้ การพัฒนาแอพโดยอาศัย AI จะยกระดับมาตรฐานของการพัฒนา ด้วยรูปแบบการใช้งานที่แปลกใหม่และมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น AI สามารถใช้งานได้ทั้งสำหรับนักพัฒนามืออาชีพและมือสมัครเล่น ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการสร้างแอปพลิเคชั่น และจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรม มากกว่าที่จะเป็นอุปสรรค ปัจจุบันโลกของเราซึ่งอยู่ในช่วงจุดสูงสุดของการพัฒนาระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ที่เสริมสร้างกระบวนการทำงาน กำลังก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และในไม่ช้า AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักพัฒนาขยายขอบเขตการทำงานและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเหนือชั้น

ในขณะที่เราอาจเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งการแข่งขันเพื่อคิดค้นและเป็นผู้นำได้เริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อนท่ามกลางวิกฤตที่ร้อนระอุ ซึ่งคู่แข่งที่สามารถฟันฝ่ามรสุมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจจะกลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าเราจะต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างกล้าหาญและพัฒนาเพื่อเผชิญกับความท้าทายต่อไปในปีใหม่ที่จะมาถึง

(0)(0)