ครอบคลุม Disruptive Technology ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หน้าแรก > คลังเก็บ > ข่าว > ธนาคารกรุงเทพ เร่งเครื่องยุทธศาสตร์ “ธนาคารดิจิทัล” จับมือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ขยายบริการ Be My ID ที่เซเว่นอีเลฟเว่น ขยายช่องทางยืนยันตัวตนใกล้บ้าน
image
ธนาคารกรุงเทพ เร่งเครื่องยุทธศาสตร์ “ธนาคารดิจิทัล” จับมือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ขยายบริการ Be My ID ที่เซเว่นอีเลฟเว่น ขยายช่องทางยืนยันตัวตนใกล้บ้าน
image
กันยายน 22, 2021 ข่าว

 

ธนาคารกรุงเทพ เร่งเครื่องยุทธศาสตร์ “ธนาคารดิจิทัล” เดินหน้าขยายบริการรองรับ Digital Lifestyle ต่อเนื่อง ล่าสุด จับมือกับบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เพิ่มช่องทางยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชีใกล้บ้าน ผ่านบริการ Be My ID ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น กว่า 13,000 สาขา ทั่วประเทศ รองรับความต้องการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลที่เติบโต พร้อมขยายโอกาสเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ช่วยยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสู่การเป็น “ธนาคารดิจิทัล” ตามยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ ธนาคารกรุงเทพจึงให้ความสำคัญกับการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้การขับเคลื่อนกลยุทธ์ Digital First ที่เน้นพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการได้ตรงความต้องการ รวมทั้งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าในปัจจุบัน โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้เพิ่มเติมบริการธนาคารดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอัปเกรดเวอร์ชั่นใหม่ของโมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าได้ครอบคลุม ทั้งการทำธุรกรรม การลงทุน และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ อาทิ ถอนเงินไม่ใช้บัตร บริการโอนเงินต่างประเทศ การเปิดบัญชีออนไลน์ e-Savings หรือ การเปิดบัญชีกองทุนต่าง ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับและเติมเต็มประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience) ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ธนาคารกรุงเทพ จึงได้เพิ่มทางเลือกและขยายจุดให้บริการยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชีด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือ บริการ Be My ID ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีกว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ และสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาให้บริการของร้านอาจเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่ที่มีการประกาศมาตรการของทางการ) ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

นางปรัศนี กล่าวต่อว่า บริการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในสถานการณ์ปัจจุบัน ในหลายพื้นที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่สาขาธนาคารที่ยังเปิดให้บริการอยู่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการและปรับเปลี่ยนช่วงเวลาให้บริการ จึงส่งผลกระทบต่อการให้บริการลูกค้า ธนาคารจึงพยายามส่งเสริมให้ลูกค้าหันมาทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวเองผ่านโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะบริการเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ e-Savings ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ลูกค้าสามารถต่อยอดไปสู่การทำธุรกรรมประเภทอื่น ๆ ได้ตามต้องการ ทั้งการออมเงิน โอนเงิน เติมเงิน จ่ายชำระค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งการลงทุนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา

นอกจากนี้ ธนาคารยังประเมินว่าลูกค้าอาจจะมีความต้องการเปิดใช้งานบัญชีเงินฝากเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางรับเงินช่วยเหลือ และมาตรการเยียวยาต่าง ๆ จากภาครัฐจะนำจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบผ่านบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ ดังนั้น ลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีครั้งแรกกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งจำเป็นต้องยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชี ก็สามารถใช้บริการ Be My ID เพื่อยืนยันตัวตนได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีสาขาอยู่เป็นจำนวนมาก ลูกค้าเข้าถึงง่ายและใช้บริการได้สะดวกรวดเร็ว ขณะที่ลูกค้าปัจจุบันที่ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพอยู่แล้ว สามารถเปิดบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Savings ได้ทันที

“บริการ Be My ID เป็นเหมือนประตูที่เชื่อมให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกด้วยตัวเอง ลดข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และระยะเวลาการให้บริการของธนาคาร ล่าสุดได้จุดรับชำระเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นอีกกว่า 13,000 แห่ง เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความใกล้ชิดให้กับลูกค้ามากขึ้น รวมถึงสามารถทำธุรกรรมได้หลากหลาย เช่น การฝากเงิน และถอนเงิน จึงมั่นใจว่าลูกค้าจะให้การตอบรับที่ดีเช่นกัน” นางปรัศนี กล่าว

นายวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริมและผลักดันการทำธุรกรรมแบบดิจิทัล เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้กับลูกค้าธนาคารกรุงเทพ เนื่องจากจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สามารถเข้าถึงลูกค้าและแหล่งชุมชนได้หลากหลายพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย รวดเร็ว ลดความหนาแน่นตามมาตราการของรัฐบาล และใช้ช่องทางที่มีอยู่ของเคาน์เตอร์เซอร์วิสให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ในการทำธุรกรรมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ ณ ขณะนี้

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเปิดบัญชี e-Savings เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ และเลือกทำรายการเปิดบัญชีออนไลน์ โดยเลือกยืนยันตัวตนผ่านจุดบริการ By My ID และนำรหัส 7 หลัก ที่ได้รับจาก โมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ พร้อมบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ติดต่อทำรายการยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชี ได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา ตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาให้บริการของร้านอาจเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่ที่มีการประกาศมาตรการของทางรัฐบาล) เพียงกรอกรหัส 7 หลัก ที่ได้รับจากโมบายแบงก์กิ้ง เสียบบัตรประชาชนที่เครื่องรูดบัตร (EDC) ถ่ายภาพและรับใบบันทึกรายการแสดงการยืนยันตัวตนสำเร็จ จากนั้นเข้าแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ เพื่อทำการเปิดบัญชีต่อให้สำเร็จ เพียงเท่านี้ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานบัญชี e-Savings ได้ทันที

พิเศษ เลือกรับฟรีโค้ดส่วนลด Shopee หรือ Starbucks e-Coupon มูลค่า 200 บาท เมื่อเปิดบัญชี e-Savings พร้อมสมัครโมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ และทำธุรกรรมครบ 2 ครั้ง ภายใน 7 วันหลังเปิดบัญชีสำเร็จ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 นอกจากนี้ ลูกค้าที่ต้องการสมัครบริการพร้อมเพย์ ก็สามารถสมัครได้ด้วยตัวเองผ่าน โมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพได้อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการเปิดบัญชี e-Savings พร้อมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยืนยันตัวตน รวมทั้งจุดบริการ Be My ID และข้อมูลอื่นที่น่าสนใจของธนาคาร ได้จากสื่อประชาสัมพันธ์ของธนาคารกรุงเทพทุกช่องทาง ได้แก่ www.bangkokbank.com, Bangkok Bank Line Official หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1333 หรือ 0 2645 5555

 

(0)(0)