ครอบคลุม Disruptive Technology ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หน้าแรก > คลังเก็บ > บล็อก > สิ่งที่ต้องพิจารณาสามประการในการปรับปรุงระบบความทันสมัยของความฉลาดทางธุรกิจ (Business Intelligence)
image
สิ่งที่ต้องพิจารณาสามประการในการปรับปรุงระบบความทันสมัยของความฉลาดทางธุรกิจ (Business Intelligence)
image
กุมภาพันธ์ 4, 2021 บล็อก

 

เขียนโดย: Ravi Shankar รองประธานอาวุโส Denodo

ข้อมูลมากกว่า 59 เซตตะไบต์ (Zettabyte) (ZB) ถูกสร้าง, บันทึก, คัดลอกและใช้ไปทั่วโลกในปีนี้โดย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโรค COVID-19 โดยตาม IDC ระบุว่าด้วยการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมดิจิทัลและพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านจึงมีการสร้างชุดข้อมูลที่หลากหลายขึ้นควบคู่กันไป

แต่เกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลเหล่านี้ มันมีจำนวนลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหรือธุรกิจต่าง ๆ เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจหรือไม่

แม้ว่าจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนข้อมูลแต่ความสามารถในการเข้าถึงและดำเนินการกับข้อมูลในทุกที่ทุกเวลาหรือไม่ว่าคุณจะต้องการอะไรก็ตามเป็นสิ่งที่คุณต้องการทั้งหมด ซึ่งนี่คือที่มาของความฉลาดทางธุรกิจ (BI)

จากฉากหลังนี้ โครงการ BI ได้รับความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับธุรกิจจำนวนมากในปัจจุบัน เนื่องจากพวกเขาพยายามที่จะช่วยให้การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลดีขึ้นและมีดำเนินการอย่างมีข้อมูล อย่างไรก็ตามการนำ BI และเครื่องมือวิเคราะห์มาใช้นั้น ไม่ได้รับประกันความสำเร็จสำหรับธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมันมีหลายปัจจัยที่จำเป็นในการกำหนดความสำเร็จขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธุรกิจเริ่มดำเนินการในขั้นต่อไปของการปรับปรุง BI ให้ทันสมัยซึ่งได้รวมเอาเทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาด้วย

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ เราต้องถามว่าข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการใช้และการปรับปรุง Business Intelligence ให้ทันสมัยคืออะไร

 

ขาดการทำงานร่วมกันระหว่างธุรกิจและไอที

มุมมองเชิงกลยุทธ์แบบองค์รวมของ BI เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน BI ที่สมบูรณ์และประสบความสำเร็จ มุมมองนี้ควรเปรียบเทียบกับข้อมูลที่รวบรวมในหน่วยธุรกิจทั้งหมด โดยควรจัดทำโรดแมปที่ชัดเจนในห้องประชุมโดยรวมกำหนดเป้าหมายและเกณฑ์การวัดผลงานสำหรับทั้งทีมธุรกิจและทีมไอที

หากไม่มีสิ่งนี้ ทีมธุรกิจและไอทีมักจะเข้าหาการปรับปรุง BI ให้ทันสมัยในไซโลที่เป็นโครงการแบบสแตนด์อโลน โดยเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เมื่อมองแวบแรก ทั้งสองทีมดูเหมือนจะเข้าหา BI ด้วยกระบวนการและผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกัน ซึ่งจากมุมมองด้านไอทีนั้น BI อาจมีความหมายเหมือนกันกับการนำเสนอมุมมองข้อมูล วิธีที่ละเอียดยิ่งขึ้นในการรายงานที่ถูกต้อง แต่สำหรับผู้จัดการฝ่ายขายนั้น BI อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลและความฉลาดที่จะสามารถช่วยผลักดันกลยุทธ์การขายและการตลาดได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตามมันสำคัญมากที่เราจะต้องคิดในระยะยาว ซึ่งในขณะที่ทีมไอทีมักได้รับมอบหมายให้เตรียมข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์, ความคาดหวังในการวิเคราะห์และการโต้ตอบด้วยข้อมูลที่เร็วขึ้น ซึ่งควรที่จะเปลี่ยนกระบวนการไปเป็นแบบ self-service BI โดยการให้ผู้ใช้ทางธุรกิจที่มีเครื่องมือบริการตนเองเข้าถึงข้อมูลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ BI สมัยใหม่และในที่สุดก็ช่วยให้ไอทีทำงานได้อย่างอิสระในการปรับปรุงความพร้อมใช้งาน, การทำงานร่วมกันความปลอดภัยและความคล่องตัวของข้อมูลโดยรวม

 

ไม่ให้ความคล่องตัวในการจัดการข้อมูลสำหรับองค์กร (data governance agility)

การจัดการข้อมูลสำหรับองค์กรจำเป็นต้องมีโปรแกรมที่เป็นทางการ โดยโปรแกรมที่แนะนำกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมสำหรับการรวบรวมและการใช้ข้อมูลเพื่อปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจากการที่จะตกไปอยู่ในมือของคนร้าย อย่างไรก็ตามโซลูชัน BI ส่วนใหญ่ยังมีความเสี่ยงเนื่องจากไม่มีกลไกในการระบุหรือจัดประเภทข้อมูลที่ละเอียดอ่อนซึ่งทำให้ดาวน์โหลดและส่งออกข้อมูลได้ง่าย

ผู้ใช้จำนวนมากขึ้นต้องการความคล่องตัวในการการจัดการข้อมูลเพื่อเร่งกระบวนการเข้าถึงข้อมูลและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากที่ที่พวกเขาอยู่ไปยังผู้ที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งความรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการตั้งกฎว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง ลึกไปจนแม้กระทั่งข้อมูลที่เป็นในระดับของเซลล์แต่ละเซลล์ ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำมาปรับใช้กับชุดข้อมูลแบบกระจายที่ซับซ้อนเนื่องจากเนื้อหาที่กระจัดกระจายเป็นจำนวนมาก

ตามหลักการแล้วการประสบความสำเร็จในการปรับ BI ให้มีความทันสมัย ควรรวมเทคโนโลยี data virtualisation และ machine learning (ML) ไว้ในแค็ตตาล็อกข้อมูลเพื่อปรับปรุงและทำให้คุณลักษณะการค้นหาเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดย Data virtualisation มีความสามารถมาพร้อมในตัวเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายโดยไม่ต้องคัดลอกหรือจัดเก็บข้อมูลต้นฉบับ ซึ่ง metadata ถูกใช้เพื่อสร้างมุมมองเสมือนของข้อมูลทั้งหมดในแค็ตตาล็อกตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้งและความพร้อมใช้งานไปจนถึงข้อมูลทั้งหมดและข้อมูลการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีจุดควบคุมการเข้าถึงส่วนกลางเพื่อตั้งค่ากฎการจัดการข้อมูล ในขณะเดียวกันความสามารถของ ML จะทำให้งานที่ซ้ำ ๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวิเคราะห์ขั้นตอนต่อไปของรูปแบบการใช้งาน

 

ไม่ปรับตัวให้เข้ากับอนาคตคลาวด์

ธุรกิจต่าง ๆ ได้เปลี่ยนการจัดเก็บข้อมูลและปริมาณงานไปยังระบบคลาวด์ โดยผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำ เช่น อาลีบาบา, อเมซอน, Google และไมโครซอฟต์ ต่างแข่งขันกันเพื่อเพิ่มโซนคลาวด์ทั่วเอเชียแปซิฟิกและการลงทุนในศูนย์ข้อมูลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค

ปัจจุบันการทำ BI สมัยใหม่ที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีการผสานรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่คล่องตัวซึ่งสามารถครอบคลุมแหล่งข้อมูลระบบคลาวด์หลายแหล่งและระบบภายในองค์กร โดย data virtualisation เป็นวิธีการที่เชื่อถือได้และสามารถช่วยให้ระบบ BI ตอบสนองความต้องการเร่งด่วนนี้ได้ ด้วยการนำเสนอความโปร่งใสของข้อมูล โดย data virtualisation จะสร้างโครงสร้างข้อมูลแบบไฮบริดเพื่อให้การเข้าถึงแบบเรียลไทม์ที่ราบรื่นผ่านระบบคลาวด์และระบบในองค์กร

พูดง่าย ๆ ก็คือแอปพลิเคชัน BI สมัยใหม่ต้องสามารถปรับสมดุลของภาระงานระหว่างระบบและระบบคลาวด์ได้โดยอัตโนมัติและช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานด้านข้อมูลไม่ต้องจัดเรียงข้อมูลด้วยตนเอง

 

อนาคต BI ในโลกดิจิทัล

Modern BI เป็นมากกว่าแอพพลิเคชันเดียวและเป็นโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของเทคโนโลยี, ผู้คนและกระบวนการทำงานร่วมกัน

ธุรกิจต้องระยะเวลาที่นานขึ้นสำหรับมุมมองของกลยุทธ์ BI ที่จะก้าวไปทางใด โดยในขณะที่เราก้าวเข้าสู่ยุคทุกสิ่งเป็นดิจิทัล ซึ่งในขณะนี้เรากำลังอยู่ในขั้นตอนต่อไปของการปรับปรุง BI ให้ทันสมัยซึ่งเป็นธุรกิจที่เห็นว่าธุรกิจต่าง ๆ ใช้ปัญญาประดิษฐ์เทคโนโลยีคลาวด์และความก้าวหน้าควบคู่ไปกับเศรษฐกิจทางดิจิทัล

BI จะต้องให้ข้อมูลวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นแก่ธุรกิจ ซึ่งในความคืบหน้านี้การจัดการข้อมูลจะได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นผ่านการผสมผสานข้อดีของ AI และ ML เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มกระบวนการทำงานด้วยตนเอง

(0)(0)