ครอบคลุม Disruptive Technology ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หน้าแรก > คลังเก็บ > ข่าว > อนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ – AEM
image
อนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ – AEM
image
มกราคม 25, 2021 ข่าว

 

ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัวลงหรือปิดแบบชั่วคราวในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 อุตสาหกรรมต่าง ๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ และหาวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กลับตรงกันข้าม เนื่องจากยังคงมีการฟื้นตัวและจะเติบโตเร็วขึ้นในอนาคต

ตามข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (SIA)นั้น ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีมูลค่ารวมที่ 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2019 โดยสาเหตุหลักมาจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่มีความต้องการในด้านการสื่อสารมากที่สุด

Chandran Nair ซีอีโอของบริษัท AEM ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการทดสอบและจัดการระบบอัจฉริยะสำหรับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุใดอุตสาหกรรมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้ให้สัมภาษณ์กับ DTA ว่า “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทำได้ค่อนข้างดี เนื่องจากตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ นั่นก็คือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งผู้คนจำนวนมากต้องการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาที่ใช้ในการสื่อสาร” เขากล่าว

ตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันมีความต้องการเพิ่มขึ้นในการทำงานและการเรียนจากที่บ้าน ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งทำให้ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นด้วย คุณ Chandran กล่าวเพิ่มเติมว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานมหาศาล แต่บริษัท AEM ยังคงสามารถรักษาการดำเนินงานผ่านการวางแผนเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจเนื่องจากในตอนนี้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นธุรกิจที่มีความสิ่งสำคัญ

คุณ Chandran ยังได้กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดที่คุณนึกถึง หากไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานแบบเชิงกลล้วน ๆ ก็จะต้องมีเซมิคอนดักเตอร์หรืออุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์บางรูปแบบอยู่ในนั้น ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมนี้มีความจำเป็นในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งในอนาคตอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีจำนวนมากขึ้นจะต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เพื่อให้ความสามารถในการประมวลผล

“รถยนต์ทั่วไปมีไมโครโปรเซสเซอร์มากกว่า 50 ตัวและไอซีประมาณ 5,000 ถึง 7,000 ตัวในนั้น ซึ่งในเกือบทุกแง่มุมในชีวิตของเราในปัจจุบันได้มีความเกี่ยวข้องกับไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย, 5G, ยานยนต์, คอมพิวติ้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือตัวขับเคลื่อนบางส่วนที่เรามองเห็นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” Chandran กล่าวเสริม

ซึ่งการเติบโตเหล่านี้ต้องการอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งหมดของตลาด โดย AEM ในฐานะบริษัทที่ทำการทดสอบจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อช่วยเหลือลูกค้าต่อไป

ส่วนหนึ่งของการปรับปรุงคือ การใช้ความพยายามและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีที่ถูกต้องเพื่อให้แน่ใจว่า AEM มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในการทดสอบ ซึ่งเขาเสริมว่า พวกเขาจะลงทุนในเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติต่อไปเพื่อเพิ่มปริมาณงานและเพื่อให้ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์สามารถผลิตในปริมาณมากได้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ในการดำเนินการนี้ บริษัท AEM ได้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและ machine learning เพื่อลดต้นทุนในการทดสอบ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความครอบคลุมและปรับปรุงเวลาในการออกสู่ตลาด ซึ่งคุณ Chandran ได้อธิบายว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนโดยรวมในการทดสอบ ประการที่สอง เมื่อคุณมีความสามารถในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงต้นแบบ, การผลิตและการทดสอบ คุณจะสามารถลดระยะเวลาในการปรับใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณให้สั้นลงได้

“และในส่วนที่สามคือ เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราปรับแผนให้ธุรกิจมีการทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปและเพื่อให้การทำงานมีความยืดหยึ่นเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเราสามารถทำงานในสถานการณ์ล็อคดาวน์ของแต่ละประเทศเพื่อให้สามารถผลิตต่อไปได้และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า” เขากล่าวเสริม

เขาเสริมว่า เวลาในการทำตลาดก็ลดลงเช่นกันและเวลาที่จำกัดของตลาดสามารถปรับให้เหมาะสมได้ ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลและ machine learning ช่วยอย่างมากในการลดวงจรการออกแบบและลดเวลาตั้งแต่การออกแบบ, การสร้างต้นแบบและไปจนถึงการผลิตได้

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ คุณ Chandran ยังได้สัมผัสถึงบทบาทของ AEM และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยทั่วไปในการทำให้เกิด 5G , IoT และ AI เกิดขึ้นจนกลายเป็นกระแสหลัก เขากล่าวว่า “เซมิคอนดักเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ 5G ไม่ว่าจะเป็นด้านโทรคมนาคม, ด้านคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีเซ็นเซอร์”

ตามที่ Chandran กล่าวว่าแนวคิดทั้งหมดของโลกอัจฉริยะ ซึ่ง IoT จำเป็นต้องได้รับการขยายให้ใหญ่ที่สุด เนื่องมาจากข้อดีหลักสามประการคือ ช่วยลดต้นทุน, การประมวลผลที่รวดเร็วมาก, เข้าถึงง่ายหรือเข้าถึงการสื่อสารโทรคมนาคมและการสื่อสารบรอดแบนด์ได้อย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่มีความคุ้มค่า

การรวมกันของข้อดีทั้งสามนี้ นำมาซึ่งศักยภาพที่แท้จริงของ 5G และเซมิคอนดักเตอร์มีบทบาทต่อสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ซึ่งบริษัท AEM มีส่วนสำคัญในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เหล่านี้ที่วางจำหน่ายในตลาดได้รับการทดสอบอย่างละเอียดว่าปลอดภัยในการใช้งานและมีความน่าเชื่อถือสูง

“เรามีวิธีที่ไม่เหมือนใครและแตกต่างอย่างมากในการทดสอบระดับระบบ สำหรับการทดสอบระดับระบบขั้นสูงจะช่วยให้เราสามารถทดสอบอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับไฮเอนด์เหล่านี้ได้ทั้งในโปรเซสเซอร์, อุปกรณ์ยานยนต์หรืออุปกรณ์การสื่อสารและสามารถใช้งานได้” เขาอธิบาย

ในการทดสอบระดับของระบบนั้น จะต้องทำการทดสอบที่มีการครอบคลุมเต็มรูปแบบสำหรับเซมิคอนดักเตอร์หรือโมดูลอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องมาจากว่าอุปกรณ์มีความซับซ้อนมากขึ้นและวิธีการทดสอบแบบเดิม ๆ นั้นยังไม่เพียงพอ

สิ่งที่ AEM มี คือความสามารถในการนำอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ไปใช้ในการผลิตปริมาณมากและทดสอบคู่ขนานกับอุปกรณ์เหล่านี้ในจำนวนมากเพื่อให้ลูกค้าสามารถเพิ่มปริมาณงานในขณะที่พวกเขาได้รับความครอบคลุมการทดสอบระดับระบบที่มีให้

“AEM เป็นบริษัทที่สามารถทดสอบนวัตกรรม, เป็นนวัตกรรมในการทดสอบ, ลดต้นทุนในการทดสอบและรับรองความก้าวหน้าอย่างแท้จริง” Chandran กล่าวทิ้งท้าย

(0)(0)